การ ล้างพิษ หรือ detoxify ในภาษาอังกฤษ แปลว่าการขับเอาสารที่เป็นพิษออกจากร่างกาย แต่ การล้างพิษไม่ได้หมายความว่าให้เอาสารอะไรไปล้างอะไร แต่ใช้วิธีส่งเสริม หรือเร่งให้ร่างกายขับล้างพิษออกไปให้มากกว่าปกติ



     การล้างพิษมีหลายวิธี วิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือ การอด คําว่า อด โดยคําจํากัดความแปลว่า กินให้น้อยกว่า 800 แคลอรี่ต่อวัน ดังนั้นการอดจึงมีหลายวิธี จะกินผลไม้ทั้งวัน ดื่มน้ำผลไม้ทั้งวัน หรือกินผลไม้ และดื่มน้ำผลไม้ทั้งวันก็ได้ ดื่มน้ำเปล่าๆ ทั้งวันก็ได้ หรือจะไม่กินอะไรเลยทั้งวันก็ได้ แต่ถ้าหากคุณจะเริ่มอด แนะนําให้ใช้วิธีกินผลไม้อย่างเดียว และแนะนําให้อดเพียงวันเดียว(24 ชั่วโมง)

     เริ่มต้นจากให้เลือกผลไม้ที่ชอบมาอย่างใดอย่างหนึ่ง ยกเว้นทุเรียน น้อยหน่า ลําไย ลิ้นจี่ ขนุน เพราะผลไม้เหล่านี้มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง จะทําให้ระบบย่อยไม่ได้พักอย่างเพียงพอ รวมทั้งไม่ควรเลือกสับปะรด เพราะอาจจะกัดปาก เมื่อเลือกได้แล้วก็ให้กิน ผลไม้นั้นเป็นอาหารเช้า กลางวัน และเย็น ถ้าคุณหิวก็ให้ดื่มน้ำผลไม้เป็นมื้อเบรกได้

     วันที่คุณตั้งใจจะล้างพิษด้วยการอด ควรเป็นวันที่อยู่กับบ้าน แล้วเริ่มต้นอดตั้งแต่มื้อเช้าไปเรื่อยๆ จนถึงเช้าของอีกวัน เป็นการเลิกอดด้วยการดื่มน้ำ 2 ลิตร แต่ละลิตรให้บีบน้ำมะนาวลงไป 2 ลูก ใส่เกลือลงไปลิตรละ 2 ช้อนชาพูนๆ ดื่มให้หมด จากนั้นคุณจะถ่ายออกมาเป็นน้ำ (ที่คุณดื่มเข้าไปนั่นแหละ) เป็นการทําความสะอาดล้างท่อลําไส้ สําหรับผลไม้ที่ช่วยในการล้างพิษที่ดีคือ

    แอปเปิ้ล : เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสําหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเปกตินในแอปเปิ้ลจะช่วยนําสารพิษไปกําจัดทิ้ง ทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลําไส้เกิดการบูดเน่า แถมยังมีเส้นใยมากที่จะทําหน้าที่ทําความสะอาดลําไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยอาหารทํางานได้ดีขึ้น และยังเหมาะกับคนที่กําลังลดน้ำหนักอีกด้วย

     องุ่น : เป็นสารฟอกล้างสําหรับผิวหนัง ตับ ลําไส้ และไตโดยเฉพาะ เนื่อง จากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆ ในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและนําไปใช้ได้ง่าย อุดมด้วยเกลือแร่ จึงช่วยบํารุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย

     มะละกอ มะม่วง : มีลักษณะที่คล้ายกัน แต่มะม่วงจะมีสารสําคัญน้อยกว่ามะละกอเล็กน้อย ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับน้ำย่อยเปปซินในกระเพาะอาหาร ที่จะช่วยทําให้ของเสียที่เป็นโปรตีน แตกตัวได้เร็วเช่นเดียวกับโปรเมลิน

     แตงโม : จะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ช่วยฟอกล้างร่างกายได้เป็นอย่างดี ใช้รักษาแผลในกระเพาะ ลดความดันเลือดสูง ทําให้สบายท้อง

     ผล ที่คาดว่าจะได้จากการล้างพิษโดยการอดคือ น้ำหนักจะลดลง ควบคุมน้ำหนักตัวได้ดีขึ้น ไขมันในเลือดจะลดลง ความดันเลือด ลดลง กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ผู้ที่เป็นเบาหวาน จะควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น

     การอด 24 ชั่วโมง นี้ ถ้าคุณไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน หรืออ่อนเพลียมาก ก็สามารถทําได้เองที่บ้าน แต่ข้อควรตระหนักประการหนึ่งคือ คนท้องและเด็กที่อายุไม่ถึง 18 ปี ห้ามอดเด็ดขาดและถ้าคุณมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ เบาหวาน หรือมีอาการอ่อนเพลียมาก ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น


ที่มา http://www.ezythaicooking.com/food_and_drink_information/fruit_and_health.html
ภาพประกอบ อินเทอร์เน็ต



 
  คุณสาวๆ เป็นกันบ้างมั้ยคะอาการนี้…สมองไม่แล่น คิดงานไม่ออก เพราะนอนไม่เต็มที่ แต่จะทำยังไงดีล่ะ…
 
…….ผลวิจัยทางการแพทย์หลายชิ้นบอกว่า การงีบหลับ“ ในตอนกลางวันอย่างที่ วินสตัน เชอร์ชิล , อัลเบิร์ต  ไอน์สไตน์ และมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ชอบทำนั้น ไม่เพียงทำให้สมองแจ่มใสเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มีปัญญาฉลาดหลักแหลมขึ้นด้วย
 
…….นักวิจัยพบว่า “การงีบหลับวันละ 1 ชั่วโมงช่วยให้สมองสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ดีขึ้นในช่วงวันที่เหลือ”   โดย ดร.แมทธิว วอล์กเกอร์ นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ผู้ทำวิจัย บอกว่า การนอนหลับช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการงีบหลับ
 
หลายคนเห็นเป็นเรื่องน่าขันที่บางคนงีบหลับหลังมื้อเที่ยง แต่คนที่มีชื่อเสียงหลายคนต่างเป็นนักงีบกันทั้งนั้น…
 
…. . เลดี้ แธตเชอร์ บอกว่า เธอนอนหลับตอนกลางคืนแค่ 4 ชั่วโมง แต่อาศัยงีบหลับช่วงสั้นๆ ในตอนกลางวัน
…..  บิล คลินตัน มักงีบ 30 นาทีหลังมื้อกลางวัน
และอีกหลายคน เช่น จอห์น เอฟ. เคเนดี, โรนัลด์ เรแกน และฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ก็ล้วนทำแบบเดียวกัน
 
…….นัก วิจัยด้านการนอนหลายรายบอกว่า นิสัยของชาวอังกฤษ ซึ่งพยายามตื่นอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เป็นเรื่องไม่ดีต่อสุขภาพ ขณะที่ชาวสเปนขึ้นชื่อว่า เป็นนักงีบหลังมื้อกลางวันตัวยง
 
…….ใน งานวิจัยดังกล่าว นักวิจัยได้ให้นักศึกษาที่มีสุขภาพดี 39 คนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม แล้วขอให้ทดลองทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ เช่น จับคู่ชื่อกับภาพใบหน้า เพื่อศึกษาสมอง ส่วนฮิปโอแคมปัส ซึ่งทำหน้าที่บันทึกข้อมูลต่าง ๆ ในตอนบ่ายสอง กลุ่มหนึ่งเข้านอนเป็นเวลา 90 นาที อีกกลุ่มให้รู้สึกตัวตื่นอยู่ตลอด พอถึง 6 โมงเย็น นักวิจัยขอให้เด็กทั้งสองกลุ่ม ทดสอบสมรรถภาพในการเรียนรู้อีกครั้งหนึ่ง จากนั้น รายงานผลการทดลองนี้ต่อที่ประชุมของสมาคม เพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อเมริกัน ที่เมืองซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย ว่า เด็กกลุ่มที่ได้นอนกลางวันทำคะแนนได้ดีกว่าอีกกลุ่มตั้งเยอะ
 
…….คำอธิบายก็คือ การนอนช่วยให้สมองลบข้อมูลที่เป็นความจำระยะสั้นทิ้งไป เพื่อให้มีที่ว่างสำหรับบันทึกข้อมูลใหม่ ๆ “มันเหมือนกับกล่องอีเมล์ในฮิปโปแคมปัสของคุณมันเต็มแล้ว ถ้าไม่นอนหลับเพื่อลบอีเมล์พวกนั้น คุณก็จะรับอีเมล์ใหม่ ๆ ไม่ได้ “
 
…….ด้วย การวัดทางไฟฟ้าที่สมอง นักวิทยาศาสตร์พบว่า กระบวนการปรับความจำใหม่นี้เกิดขึ้น ในช่วงระหว่างการหลับลึกกับช่วงที่เราฝัน ซึ่งเรียกว่า อาร์อีเอ็ม หรือ rapid eye movement คนทั่วไปใช้เวลาครึ่งหนึ่งของการนอนหลับไปกับการนอนช่วงนี้ ซึ่งเรียกว่า ช่วงการนอนขั้นที่สอง งานวิจัยนี้ยังพบด้วยว่า เด็กที่ใช้เวลาตลอดทั้งคืนอ่านหนังสือเตรียมสอบ มีความสามารถในการจดจำข้อมูลใหม่ๆ ลดลงถึง 40%
     หน้าร้อนแบบนี้ หลายคนคง ร้อน แล้วเฝ้าบ่นๆ กับอากาศที่อบอ้าวตลอดทั้งวัน จะว่าไปแล้วบ่นไปก็เท่านั้นนะคะ มาหาอะไรทำให้ดับร้อนกันดีกว่า….

 1.ขึ้น เขาลงห้วย

           ไม่ ว่าร้อนไหนคนส่วนใหญ่ต้องไปทะเล อย่างนั้นก็ได้เลย แต่จะลองเปลี่ยนไปรสชาติไปขึ้นเขาดูบ้างก็ดีนะคะ เพราะอากาศบนเขาจะเย็นกว่าพื้นราบ(ซึ่งก็ยังดี) เลือกเขาที่มีน้ำตกลำเนาไพรที่มีน้ำตกอยู่ด้วย แช่เท้าเย็นๆ มองต้นไม้สีเขียวขจี ก็ช่วยคลายความร้อนลงไปได้บ้าง แต่ไม่แนะนำให้ค้างอ้างแรมนะคะ เพราะช่วงฤดูร้อนเกิดไฟป่าได้ง่าย

 2.เล่นว่าวให้ติดลมบน

           หน้า ร้อน มีหนึ่งสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้และเป็นกิจกรรมที่สนุกได้คือ การเล่นว่าว ลมว่าวจะมาช่วงเดียวคือหน้าร้อน ยิ่งบ้านไหนมีลูกวัยคิดส์จะวิ่งกันมันมาก สายลมพัดเอื่อยกับความสำเร็จที่ได้เห็นว่าวตัวเองโลดแล่นบนฟ้า นี่อาจจะเป็นหนึ่งความสำเร็จเล็กๆ ที่ทำให้ลูกคุณภาคภูมิใจไปตลอดหน้าร้อนนี้ ไม่เชื่อลองดู

 3.Matching ชุดว่ายน้ำ 

           ถือ โอกาสถอยชุดว่ายน้ำที่มีสีสัน Match กัน ยกครอบครัว อย่าลืมถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย ช่วงนี้เองที่เด็กๆ จะปรีเปรมมากกว่าใครอื่น เพราะแม่พ่อจะปล่อยให้เล่นน้ำนานกว่าปกติ ไม่ต้องกลัวหนาวหรือปอดบวมจะถามหาทีหลัง (แต่กับลูกเล็กไม่ควรเล่นน้ำนานเกิน 1ชั่วโมงนะคะ) แต่ก่อนลงน้ำอย่าลืมทากันแดดแบบ water resistance ด้วยนะคะ ป้องกันไม่ให้ผิวบางๆ ถูกแดดเผา

 4.คูลๆ ไปกับแป้งเย็น

           ชื่อ ก็บอกอยู่แล้วว่าแป้งเย็น ดังนั้นหน้าร้อนจึงเหมาะสุด หลังอาบน้ำเสร็จทาแป้งเย็นให้ทั่วตัว (ระวังอย่าเข้าตา ส่วนเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปีไม่แนะนำให้ใช้นะคะ) ปิดแอร์เป่าพัดลมให้สบายกาย หรือระหว่างวันอาจจะพกใส่กระปุกเล็กๆ ติดตัวไปทำงานด้วยก็ได้ นั่งในห้องแอร์ควักแป้งเย็นมาทา แน่นอนว่าเราต้องเย็นกว่าใครๆ

5.เย็นลิ้นกับของเย็นๆ

           ช่วง บ่ายๆ อากาศร้อนนักเชียว ขอแนะนำอาหารคลายร้อน อย่างน้ำแข็งใสที่หากินได้ง่ายเพราะขึ้นห้างกันหมดแล้ว และถ้าอยากทำเองก็ย่อมได้ เพราะขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไรนัก แถมเจ้าตัวเล็กคงถูกใจที่ได้สนุกสนานกับผลงานฝีมือตัวเอง หรือไอศกรีม(ผลไม้)สักแท่ง และที่พลาดไม่ได้ในช่วงหน้าร้อน เพราะเข้ากั้นเข้ากันกับช่วงนี้อย่างดีคือ ข้าวแช่ มีมาแนะนำ 2 ร้านค่ะ “ร้านหลายรส” พระราม 6 ริมคลองประปาสามเสน และ”ร้านต้นเครื่อง” ซอยทองหล่อ13 สองร้านขึ้นชื่อเรื่องข้าวแช่สูตรชาววัง กินให้อร่อยจนลืมร้อนกันไปเลยนะคะ สำหรับเจ้าตัวเล็กถ้าไม่อยากให้ติดรสหวานมาก ลองนำผลไม้สดไปแช่เย็นให้น้ำแข็งเกาะ อร่อยลิ้น แถมประหยัดและดีต่อสุขภาพอีกด้วย

6.ปลูกต้นไม้

           วันหยุดสุดสัปดาห์แทนที่จะเปิดแอร์ดูทีวีทั้ง วัน ตัดใจเดินไปปิดแอร์ วางแผนช่วยกัน ลดโลกร้อน ในอีก 3 ปีข้างหน้า ขอแนะนำไม้ล้มลุกที่อายุสั้น แต่โตเร็ว เช่น มะละกอ ด้วยความที่เป็นพืชเมืองร้อน มีคุณสมบัติตายยากและโตเร็ว 1 เดือนรับรองเห็นผลว่าต้นจะโตขึ้นผิดหูผิดตา แบบนี้แล้วเจ้าตัวเล็กจะได้ใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง

ที่มาจาก : นิตยสารโมเดิร์นมัม



edit @ 20 Apr 2013 23:06:15 by lovebeauty